iStockphoto มี List รายการภาพที่พวกเขาไม่ต้องการเอาไว้ด้วย แถมมีหยอดแถมท้ายแบบมันส์ ๆ มาด้วย เช่น ภาพที่ไม่ต้องการประเภทหนึ่งคือ ภาพหมา แมว เขาบอกว่า “มันก็ดูน่ารักดีนะ แต่ว่า (แทนที่จะส่งให้เรา) ส่งไปให้มารดาคุณดูแทนเถอะ” ส่วนภาพเปลวไฟที่ถ่ายแบบใกล้ ๆ พวกเขาก็ไม่ต้องการ ด้วยเหตุผลที่ว่า “เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณ (ช่างภาพ) เอง” เจ็บ ๆ คัน ๆ ดีไหมครับ

ภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดิน และภาพแนวก้อนเมฆ พวกเขาก็ไม่อยากได้ พวกเขาบอกว่า “...ก็สวยดี แต่......” (อันนี้แล้วแต่จะจินตนาการนะครับ แต่สรุปว่า iStockphoto ไม่ต้องการภาพพวกนี้ก็แล้วกัน)
อย่างที่ผมบอกแล้วว่า ในการถ่ายภาพขาย การลองผิดลองถูก เป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมมาก ไม่ว่าผมจะบอกว่าสิ่งไหนทำได้ ทำไม่ได้ สิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ ถ้าคุณมีความเห็นแย้ง หรือคิดว่าน่าจะทำได้ หรืออยากลองทำให้รู้ดำรู้แดงไปเลย คุณก็สามารถทำได้ ไม่มีอะไรเสียหาย ตัวผมเองก็ทำแบบนี้บ้างในบ้างครั้ง อย่างเช่น กรณีนี้ ผมมีภาพพระอาทิตย์ตกดินที่อ่าวนาง จ.กระบี่ ซึ่งผมคิดว่ามันสวยมาก และก็เป็นภาพชุดที่ขายดีมาก ๆ ใน Shutterstock ดังนั้น ผมจึงอยากรู้ว่า แม้ iStockphoto จะไม่ต้องการภาพพระอาทิตย์ตกดินและภาพเมฆ แต่ถ้ามีภาพที่ผมคิดว่าเจ๋งจริง เขาจะว่าอย่างไร ผมก็ตัดสินใจทำหน้ามึน ส่งภาพพระอาทิตย์ตกเข้าไปดูประมาณ 8 ภาพ แล้วก็รอด้วยใจเต้นระทึก ผลหรือครับ เหนือความคาดหมาย ได้ Approved ตั้ง 6 ภาพ ผมงงไปเลย

ที่ดีไปกว่านั้นก็คือ หลังจากภาพถ่ายพระอาทิตย์ตกดินของผม ได้ Approved ไปอยู่ใน Gallery ได้เพียงสองสามวัน ก็มีเพื่อน ๆ ช่างภาพคนอื่น ๆ เข้ามาให้ Rating เต็ม 5 ดาว อีกด้วย ซึ่งภาพทั่วไป การได้ 5 ดาวจากช่างภาพคนอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยได้กันมากอยู่แล้ว การได้ Rating แบบนี้ จะมีส่วนทำให้ภาพของเราขายดีขึ้นอีกด้วย

จากกรณีศึกษานี้ ตอกย้ำให้ผมและคุณ ๆ ทุกคนได้มั่นใจว่า ไม่ว่าภาพอะไร จะซ้ำซากจำเจ หรือมีปริมาณมากขนาดไหน จะตรงกับสไตล์ที่ไมโครสต็อกแต่ละแห่งต้องการหรือไม่ แต่หากคุณมั่นใจอย่างสุด ๆ ว่า ภาพของคุณมีเนื้อหาและคุณภาพทางเทคนิค “ถึง” จริง ๆ แล้วล่ะก็ ไม่ต้องกังวลและลังเลครับ อัปโหลดเลย!!!